ภาพรวมการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายฉบับนี้อธิบายว่า P601 เก็บ ใช้ และดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างไร ตั้งแต่การเปิดบัญชีครั้งแรก การทำธุรกรรม ไปจนถึงการปิดบัญชี เราเขียนด้วยถ้อยคำที่อ่านเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องตีความศัพท์กฎหมาย และยึดหลักเก็บเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการจริงเท่านั้น
ขอบเขตของเอกสารครอบคลุมทุกช่องทางที่ผู้ใช้ติดต่อกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เวอร์ชันมือถือ หน้าฝากถอน แชทสด ระบบตอบกลับอัตโนมัติ และช่องทางรับเรื่องร้องเรียน หากในอนาคตเราเปิดบริการใหม่ที่เก็บข้อมูลเพิ่ม จะปรับปรุงเอกสารนี้และแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มใช้ข้อมูลชุดใหม่
เอกสารนี้เป็นส่วนต่อเนื่องของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ ซึ่งอธิบายเรื่องบัญชีและธุรกรรม ส่วนนโยบายหน้านี้เน้นเรื่องข้อมูลโดยเฉพาะ ผู้ใช้ควรอ่านทั้งสองฉบับคู่กันเพื่อเห็นภาพครบว่าข้อมูลไหลผ่านระบบอย่างไรในแต่ละขั้นตอน
หลักสี่ข้อที่ทีมงานใช้ตัดสินใจทุกครั้งที่แตะข้อมูลของผู้ใช้ ได้แก่ เก็บเท่าที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ล่วงหน้า เปิดเผยต่อภายนอกให้น้อยที่สุดเท่าที่กฎหมายและระบบชำระเงินกำหนด และลบหรือทำให้ไม่ระบุตัวตนได้เมื่อหมดความจำเป็นตามระยะเวลาที่ประกาศไว้
สิ่งที่เราไม่ทำ: เราไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลให้บริษัทโฆษณา ไม่ซื้อรายชื่อผู้เล่นจากแหล่งภายนอก และไม่ติดต่อผู้ใช้เพื่อขอรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันตัวตนทางโทรศัพท์หรือข้อความส่วนตัวในทุกกรณี
ข้อมูลที่เราเก็บและเหตุผลที่เก็บ
ข้อมูลบัญชี ได้แก่ ชื่อผู้ใช้ เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ยืนยันตัวตน และรหัสผ่านที่จัดเก็บในรูปแบบเข้ารหัสทางเดียว เราไม่เก็บรหัสผ่านเป็นข้อความธรรมดาและไม่สามารถมองเห็นรหัสผ่านของผู้ใช้ได้แม้แต่ในระบบภายใน เหตุผลที่เก็บคือเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงบัญชีของตัวเองได้และกู้คืนบัญชีเมื่อลืมรหัสผ่าน
ข้อมูลการเงิน ได้แก่ ประวัติการฝากและการถอน ช่องทางที่ใช้ เลขที่บัญชีปลายทาง และยอดคงเหลือในบัญชี ข้อมูลชุดนี้จำเป็นต่อการจับคู่รายการกับธนาคาร การคืนเงินกรณีรายการล้มเหลว และการตรวจสอบย้อนหลังเมื่อเกิดข้อโต้แย้งเรื่องยอดเงิน
ข้อมูลการใช้งานและอุปกรณ์ ได้แก่ ชนิดอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ หมายเลขไอพี เวอร์ชันเบราว์เซอร์ เวลาที่เข้าใช้ และเส้นทางการคลิกภายในเว็บไซต์ ข้อมูลชุดนี้ใช้แยกแยะบัญชีปกติออกจากบัญชีที่เปิดโดยอัตโนมัติ ตรวจจับการเข้าใช้ผิดปกติ และแก้ปัญหาหน้าจอแสดงผลผิดพลาดให้ตรงจุด
หากต้องการเริ่มใช้บริการและยินยอมให้เก็บข้อมูลตามที่อธิบายในหน้านี้ เปิดบัญชีได้ที่ หน้าสมัครสมาชิก P601 โดยระบบจะแสดงสรุปสั้น ๆ ของนโยบายนี้พร้อมปุ่มยอมรับก่อนสร้างบัญชีเสร็จ
วัตถุประสงค์หลักที่เราใช้ข้อมูลมีห้ากลุ่ม ได้แก่ ยืนยันตัวตนและอายุของผู้ใช้ ป้องกันการทุจริตและการใช้บัญชีซ้ำ ให้บริการลูกค้าและตอบคำถามเรื่องธุรกรรม ปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงคุณภาพระบบให้เสถียรขึ้นในภาพรวม เราจะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใหม่โดยไม่แจ้งให้ทราบก่อน
ตารางประเภทข้อมูลและวัตถุประสงค์
ตารางด้านล่างรวบรวมข้อมูลที่เราเก็บจริง ตัวอย่างของข้อมูลแต่ละประเภท วัตถุประสงค์ที่ใช้ และกรอบเวลาที่เก็บไว้ในระบบ เพื่อให้ผู้ใช้เห็นภาพเดียวจบว่าข้อมูลไหลไปทางใดได้บ้าง
| ประเภทข้อมูล | ตัวอย่างข้อมูล | วัตถุประสงค์ที่ใช้ | กรอบเวลาที่เก็บ |
|---|---|---|---|
| ข้อมูลบัญชี | ชื่อผู้ใช้ เบอร์โทรศัพท์ รหัสผ่านแบบเข้ารหัส | เข้าใช้บริการ กู้คืนบัญชี ยืนยันตัวตน | ตลอดเวลาที่บัญชีใช้งานอยู่ |
| ข้อมูลการเงิน | ประวัติฝากถอน เลขที่บัญชีปลายทาง ยอดคงเหลือ | ประมวลผลธุรกรรม ตรวจสอบข้อโต้แย้ง | 5 ปีนับจากวันที่ทำรายการ |
| ข้อมูลการใช้งานและอุปกรณ์ | หมายเลขไอพี ชนิดอุปกรณ์ เวลาเข้าใช้ | ตรวจจับการทุจริต แก้ปัญหาทางเทคนิค | ไม่เกิน 24 เดือน |
| ข้อมูลการติดต่อ | ข้อความในแชท เรื่องร้องเรียน คำตอบของทีงาน | ดูแลลูกค้า เก็บหลักฐานการแก้ปัญหา | 2 ปีนับจากวันปิดเรื่อง |
| ข้อมูลยืนยันตัวตน | สำเนาเอกสารแสดงตนที่ส่งให้ตรวจสอบ | ปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน | 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี |
เราไม่เก็บข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบเต็มรูปแบบในระบบของเรา เพราะการชำระเงินทุกช่องทางถูกส่งผ่านผู้ให้บริการรับชำระที่ได้มาตรฐานและถือข้อมูลบัตรไว้เอง ฝั่ง P601 ได้เพียงผลลัพธ์ของรายการว่า สำเร็จ ปฏิเสธ หรือรอตรวจสอบ
ข้อมูลบางประเภทถูกทำให้ไม่ระบุตัวบุคคลก่อนนำไปวิเคราะห์ เช่น ยอดเดิมพันรวมของแต่ละวัน หรือจำนวนผู้เข้าใช้ในแต่ละช่วงเวลา ข้อมูลแบบสรุปนี้ใช้ดูแนวโน้มของระบบและไม่สามารถย้อนกลับไปหาตัวผู้ใช้คนใดคนหนึ่งได้
การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีติดตาม
คุกกี้คือไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ เพื่อให้ระบบจำผู้ใช้ได้ระหว่างการใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการทำให้ไม่ต้องกรอกชื่อผู้ใช้ใหม่ทุกครั้งที่เปิดหน้าใหม่ และการรักษาสถานะของตะกร้าธุรกรรมระหว่างขั้นตอนฝากเงิน
| กลุ่มคุกกี้ | หน้าที่หลัก | ปิดใช้งานได้หรือไม่ |
|---|---|---|
| คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงาน | รักษาสถานะการเข้าสู่ระบบ ความปลอดภัยของแบบฟอร์ม | ปิดไม่ได้ หากปิดจะเข้าสู่ระบบไม่สำเร็จ |
| คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ | นับจำนวนผู้เข้าใช้ ดูว่าหน้าใดทำงานช้า | ปิดได้จากการตั้งค่าเบราว์เซอร์ |
| คุกกี้เพื่อการตลาด | วัดผลจากช่องทางที่ผู้ใช้เข้ามา ไม่ระบุตัวบุคคล | ปิดได้จากการตั้งค่าเบราว์เซอร์ |
ผู้ใช้จัดการคุกกี้ได้เองจากเมนูการตั้งค่าในเบราว์เซอร์ ทั้งการลบคุกกี้เดิม การบล็อกคุกกี้บางโดเมน และการเลือกโหมดไม่บันทึกประวัติ อย่างไรก็ตาม การปิดคุกกี้กลุ่มแรกจะทำให้บางฟังก์ชันของเว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ เช่น การเข้าสู่ระบบค้างและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
นอกจากคุกกี้ เราใช้หน่วยความจำภายในเบราว์เซอร์เพื่อเก็บค่าที่ไม่ละเอียดอ่อน เช่น ภาษาที่เลือกและธีมหน้าจอ ค่าเหล่านี้อยู่ในอุปกรณ์ของผู้ใช้และลบได้ด้วยการล้างข้อมูลเบราว์เซอร์ ไม่ได้ส่งกลับไปที่เซิร์ฟเวอร์เพื่อระบุตัวตน
เว็บไซต์ไม่ใช้เทคโนโลยีติดตามข้ามเว็บไซต์เพื่อสร้างโปรไฟล์พฤติกรรมของผู้ใช้ข้ามแพลตฟอร์ม และไม่ส่งข้อมูลการใช้งานให้เครือข่ายโฆษณาภายนอกเพื่อสร้างรายชื่อเป้าหมาย เรื่องการเข้าสู่ระบบและความปลอดภัยของเซสชันมีอธิบายต่อในหน้า เข้าสู่ระบบ
การเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลที่สาม
หลักการของเราคือไม่ขาย ไม่ให้เช่า และไม่แลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้กับบุคคลใดเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า การเปิดเผยข้อมูลเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อจำเป็นต่อการให้บริการที่ผู้ใช้ร้องขอ หรือเมื่อกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเท่านั้น
กลุ่มผู้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานมีสี่กลุ่ม ได้แก่ สถาบันการเงินและผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อยืนยันรายการโอน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บฐานข้อมูลแทนเรา ผู้ให้บริการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติที่ช่วยคัดกรองบัญชีซ้ำ และที่ปรึกษากฎหมายหรือหน่วยงานรัฐเมื่อมีคำสั่งตามกระบวนการทางกฎหมาย
ผู้รับข้อมูลทุกกลุ่มผูกพันด้วยสัญญาการรักษาความลับและสัญญาการประมวลผลข้อมูลที่ระบุชัดว่าห้ามนำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ห้ามเก็บต่อเกินกำหนด และต้องมีมาตรการความปลอดภัยไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ P601 ใช้อยู่
การโอนข้อมูลไปยังระบบที่ตั้งอยู่นอกประเทศจะทำเฉพาะกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลเทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานในประเทศไทย และผู้ใช้ยังคงใช้สิทธิ์ตามนโยบายนี้ได้ตามปกติ
กรณีกฎหมายกำหนด: หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีคำสั่งเป็นหนังสือให้ส่งข้อมูล เราจะส่งเท่าที่คำสั่งระบุไว้อย่างแคบที่สุด และจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเมื่อกฎหมายไม่ได้ห้ามการแจ้ง
มาตรการความปลอดภัยและการเข้ารหัส 256 บิต

ทุกหน้าเว็บไซต์ที่ผู้ใช้กรอกข้อมูลหรือทำธุรกรรมถูกส่งผ่านการเข้ารหัสแบบ SSL/TLS ที่ระดับความยาวคีย์ 256 บิต ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่สถาบันการเงินใช้กันทั่วไป ผลคือข้อมูลที่เดินทางระหว่างอุปกรณ์ของผู้ใช้กับเซิร์ฟเวอร์ของเราไม่สามารถถูกอ่านระหว่างทางได้
รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกเก็บในรูปแบบแฮชพร้อมค่าสุ่มเฉพาะบัญชี ไม่ใช่ข้อความธรรมดา แม้แต่ทีมงานที่ดูแลฐานข้อมูลก็ไม่สามารถย้อนกลับไปดูรหัสผ่านจริงได้ ทำได้เพียงตั้งรหัสใหม่ให้ผู้ใช้ที่ลืมเท่านั้น
การเข้าถึงข้อมูลภายในถูกจำกัดตามหน้าที่ ทีมงานฝ่ายบริการลูกค้าเห็นเฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้ตอบคำถามเรื่องบัญชีและการทำรายการ ไม่เห็นข้อมูลการเงินแบบเต็มรูปแบบ ส่วนทีมความปลอดภัยเข้าถึงได้สูงกว่าแต่ทุกการเข้าถึงถูกบันทึกเป็นประวัติที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
เราตรวจสอบความปลอดภัยของระบบเป็นรอบสม่ำเสมอ ทั้งการทดสอบเจาะระบบภายใน การอัปเดตซอฟต์แวร์ความปลอดภัย และการทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงของทีมงาน เมื่อมีผู้พบช่องโหว่และแจ้งผ่านช่องทางสุขภาพของระบบ เราจะรับเรื่องและแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ

ข้อควรจำ: P601 จะไม่โทรศัพท์ ไม่ส่งข้อความ และไม่ถามรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันตัวตนจากผู้ใช้ผ่านช่องทางส่วนตัว หากมีผู้แอบอ้างให้แจ้งทีมงานทันทีผ่านช่องทางในหน้าเว็บ
ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล
เราเก็บข้อมูลนานเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการจริงและการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อครบกำหนดแต่ละประเภท ข้อมูลจะถูกลบออกจากระบบที่ใช้งานอยู่ ถูกลบจากระบบสำรองตามรอบ และถูกทำเป็นข้อมูลสรุปที่ไม่ระบุตัวบุคคลในกรณีที่ยังต้องใช้เพื่อการวิเคราะห์ภาพรวม
| ประเภทข้อมูล | ระยะเวลาที่เก็บ | เหตุผลที่กำหนดเวลานี้ |
|---|---|---|
| ข้อมูลบัญชี | ระหว่างที่บัญชียังใช้งาน และต่ออีก 1 ปีหลังปิดบัญชี | รองรับการกู้คืนบัญชีและข้อโต้แย้งที่มาถึงภายหลัง |
| ประวัติธุรกรรมทางการเงิน | 5 ปีนับจากวันที่ทำรายการ | สอดคล้องกับหน้าที่ด้านบัญชีและการตรวจสอบย้อนหลัง |
| ข้อมูลยืนยันตัวตน | 5 ปีนับจากวันที่ปิดบัญชี | ข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงิน |
| บันทึกการสนทนากับทีมงาน | 2 ปีนับจากวันที่ปิดเรื่อง | ใช้ทบทวนคุณภาพการตอบและหลักฐานการแก้ปัญหา |
| ข้อมูลคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ | ไม่เกิน 13 เดือน | เพียงพอต่อการดูแนวโน้มการใช้งานตามฤดูกาล |
หากกฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดให้เก็บข้อมูลนานกว่าที่ระบุในตาราง เช่น ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือการสอบสวนที่ยังไม่สิ้นสุด เราจะเก็บต่อไปเท่าที่จำเป็นและแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเมื่อเข้ามาขอใช้สิทธิ์ลบข้อมูลในระหว่างนั้น
ผู้ใช้สามารถสอบถามได้ว่าข้อมูลของตัวเองอยู่ในระบบส่วนใดและจะครบกำหนดลบเมื่อใด ทีมคุ้มครองข้อมูลจะตอบเป็นรายกรณีภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ใช้ในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ที่ใช้ได้เองโดยไม่ต้องมีเหตุผลพิเศษ และเราไม่คิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามคำขอเหล่านี้
สิทธิ์ขอเข้าถึงข้อมูล
ขอทราบว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่ผูกกับบัญชี และขอสำเนาในรูปแบบที่อ่านได้
สิทธิ์ขอแก้ไขให้ถูกต้อง
ขออัปเดตข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เช่น เบอร์โทรศัพท์ที่เลิกใช้แล้วหรือที่อยู่ติดต่อ
สิทธิ์ขอลบข้อมูล
ขอลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป โดยมีข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้
สิทธิ์ขอระงับการใช้
ขอให้หยุดใช้ข้อมูลบางส่วนชั่วคราวระหว่างที่ยังมีข้อโต้แย้งที่ต้องตรวจสอบ
สิทธิ์คัดค้านการประมวลผล
คัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดหรือการวิเคราะห์ที่ไม่จำเป็นต่อบริการหลัก
สิทธิ์ถอนความยินยอม
ถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยการถอนไม่กระทบการดำเนินการที่ทำไปก่อนหน้า
คำขอที่ผู้ใช้ส่งเข้ามาจะได้รับการยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสวมสิทธิ์ขอดูข้อมูลแทนเจ้าของบัญชี เมื่อยืนยันแล้วทีมงานจะแจ้งผลภายใน 30 วันนับจากวันที่รับเรื่อง หากคำขอซับซ้อนและต้องตรวจสอบหลายส่วนจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ
สิทธิ์ขอลบข้อมูลมีข้อยกเว้นที่เราต้องแจ้งให้ทราบอย่างตรงไปตรงมา เช่น ประวัติธุรกรรมที่กฎหมายกำหนดให้เก็บไว้ 5 ปี หรือข้อมูลการยืนยันตัวตนที่ต้องเก็บตามข้อกำหนดด้านการฟอกเงิน ซึ่งในกรณีนี้เราจะลบได้เฉพาะส่วนที่ไม่ถูกผูกด้วยหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น
การขอลบหรือแก้ไขข้อมูล
การขอแก้ไขข้อมูลพื้นฐานทำได้เองจากหน้าโปรไฟล์ในบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์รับข้อความ การเปลี่ยนรหัสผ่าน หรือการปรับข้อมูลติดต่อ ระบบจะส่งรหัสยืนยันไปยังช่องทางเดิมก่อนบันทึกทุกครั้งเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริง
ติดต่อทีมคุ้มครองข้อมูลผ่านช่องทางที่ระบุไว้ในหัวข้อถัดไป โดยระบุว่าต้องการลบหรือแก้ไขข้อมูลส่วนใด
ทีมงานจะขอให้ยืนยันตัวตนด้วยคำถามอ้างอิงจากข้อมูลในบัญชี ซึ่งไม่มีข้อมูลอ่อนไหวและใช้เวลาสั้น
ทีมงานระบุว่าข้อมูลส่วนใดลบได้ทันที และส่วนใดถูกเก็บไว้ตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
ผู้ใช้ได้รับข้อสรุปว่าดำเนินการแล้วส่วนใด เหลือส่วนใด และมีเหตุผลทางกฎหมายอะไรกำกับ
กรณีที่ต้องการลบบัญชีและข้อมูลทั้งหมด ผู้ใช้ต้องถอนยอดคงเหลือออกจากระบบให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากระหว่างกระบวนการลบจะไม่สามารถทำธุรกรรมได้ การปิดบัญชีไม่กระทบสิทธิ์ในการร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนวันปิดบัญชี
หากไม่แน่ใจว่าคำขอของตัวเองจัดอยู่ในประเภทใด ทีมบริการลูกค้าช่วยแยกแยะให้ได้ โดยมีคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องบัญชีและขั้นตอนทั่วไปในหน้า คำถามที่พบบ่อย และหน้า เกี่ยวกับเรา
คำถามที่พบบ่อยเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
ช่องทางติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
เรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีช่องทางเฉพาะที่ทีมคุ้มครองข้อมูลดูแลโดยตรง เพื่อให้คำขอถูกส่งต่อถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจเร็วที่สุด ไม่ปะปนกับเรื่องบัญชีหรือเรื่องการทำรายการทั่วไป
ทีมคุ้มครองข้อมูล
ใช้สำหรับคำขอใช้สิทธิ์ทุกประเภท ทั้งขอดู ขอแก้ไข ขอลบ และขอถอนความยินยอม ตอบกลับภายใน 30 วัน
แชทสดบนเว็บไซต์
ช่องทางเร็วที่สุดสำหรับคำถามเบื้องต้นว่าคำขอของตัวเองจัดอยู่ประเภทใด เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ทีมความปลอดภัย
ใช้เมื่อสงสัยว่าบัญชีถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีผู้แอบอ้างเป็นทีมงานเพื่อขอข้อมูล
ทีมบริการลูกค้า
ใช้สำหรับเรื่องบัญชีและธุรกรรมทั่วไปที่ยังไม่เกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อติดต่อเข้ามา ขอให้ระบุชื่อผู้ใช้และสิ่งที่ต้องการอย่างชัดเจน เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบขอบเขตได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก และเพื่อให้คำตอบที่ได้นำไปใช้ดำเนินการต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งเรื่องกลับไปกลับมา
หมายเหตุ: นโยบายฉบับนี้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับเงื่อนไขบริการและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากมีการแก้ไขสาระสำคัญ เราจะแจ้งล่วงหน้าผ่านแบนเนอร์บนเว็บไซต์และข้อความในแชทก่อนวันที่มีผลบังคับใช้
ถ้าอ่านแล้วเข้าใจเงื่อนไขครบถ้วนและต้องการเริ่มใช้บริการ เปิดบัญชีได้เลยที่หน้าสมัครสมาชิก ระบบจะแสดงสรุปนโยบายนี้ให้ยอมรับอีกครั้งก่อนสร้างบัญชีเสร็จ